วันนี้….

วันนี้….

14.35 น. วันที่ 14 กรกฏาคม 2553 เสียงโทรศัพท์มือของผมดังขึ้น เป็นแม่ของผมเองที่โทรเข้ามา ช่วงสองวันนี้ผมคุยโทรศั้พท์กับแม่จนนับครั้งไม่ถ้วนมาก ทั้งหมดเป็นเรื่องของลุงของผมซึ่งเป็นพี่ชายของแม่ที่ประสบอุบัติเหตุมาร่วม 40 วันแล้ว ครั้งนี้แม่โทรมาบอกว่า “ลุงเค้าไปแล้วนะ….”

ตั้งแต่เด็กทุกวันปีใหม่ครอบครัวทางแม่ของผมจะรวมตัวกันจัดงานปีใหม่ที่บ้านยาย ผมจำไม่ได้แล้วว่าปีแรกที่จัดนั้นมันเป็นปีไหน ที่จำได้คือมันเป็นวันที่พวกเด็กๆมีความสุขมากเราจะได้กินดื่มกันอย่างเต็มที่ และแน่นอนมันเป็นวันที่พวกเราจะได้รับเงินขวัญถุงปีใหม่จากบรรดาญาติผู้ใหญ่กัน รวมทั้งมีการจับฉลากของขวัญปีใหม่ และของขวัญที่ทุกคนเฝ้ารอทั้งเด็กและผู้ใหญ่นั่นก็คือของขวัญของลุงทรง

ผมก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่เฝ้าฝันว่าปีนี้จะจับได้ของขวัญของลุงทรงหรือเปล่า แต่วันหนึ่งผมก็เห็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ของลุงทรงนั่นคือความรักที่ลุงมีให้แก่คนในครอบครัว ชีวิตครอบครัวของลุงทรงในจบลงในเวลาไม่นานนัก ผมยังจำไม่ได้เลยว่าเคยเห็นหน้าน้องชายที่เป็นลูกของลุงบ้างหรือ รู้แต่ว่าลุงมีลูกชายชื่อจิบ เป็นหลานชายคนที่เจ็ดของตากับยาย (ผมเป็นหลานคนที่สอง) แต่ความรักที่ลุงมีให้กับพี่น้องโดยเฉพาะพ่อกับแม่ของลุงนั้นติดตรึงใจของผมมาก

ภาพของลุงที่หลั่งน้ำตาแห่งความอาลัยรักเมื่อวันที่เผาน้าช้าง น้องชายของลุง วันนี้นผมนั่งอยู่ข้างลุงทรง ร่างน้าช้างกำลังถูกเผาอยู่ในเมรุ พวกเรานั่งพนมมือส่งน้าผู้เป็นที่รัก ลุงทรงผู้เป็นพี่ชายของน้าช้างนั่งพนมมือน้ำตาหลั่งไหลอกมาอย่างไม่ขาดสาย ผมสัมผัสได้ถึงความรักที่ลุงมีให้แก่คนในครอบครัวเป็นครั้งแรกก็วันนั้นเอง

ภาพของลุงทรงที่ติดตรึงใจนอกจากบุคลิกภาพที่เป็นคนเปิดเผย ร่าเริง รักสนุก มีพวกพ้องมากมาย แต่ภาพที่ผมประทับใจคือยามที่ลุงลาพ่อลแม่ของลุง ทุกครั้งลุงจะก้มกราบลงแทบตักของตาและยาย ผมสัมผัสได้ถึงควารักที่ลุงมีต่อพ่แม่องท่านอย่างที่สุด เป็นความรักและความคิดถึงทีจะต้องจากพ่อแม่ไปอีกแล้ว

วันนี้เป็นวันที่ลุงจากพ่อแม่และครอบครัวที่ตนเองรักเป็นที่สุดโดยไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้ว แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าความรักที่ลุงมีต่อทุกคนไม่ว่าจะป็นพ่อแม่ญาติพี่น้อง รวมทั้งเพื่อนผองมากมายของลุงจะยังคงอยู่ตลอดไป อย่างน้อยก็ในหัวใจของผม ช่วงที่ลุงนอนป่วยในโรงพยาบาลเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงอานุภาพของความรักและมิตรภาพ เห็นถึงสิ่งที่ลุงเป็นที่สะม้อนกลับมาด้วยแรงใจอันล้นหลามที่มาเยี่ยมเยียน แม้ว่าลุงจะไม่สามารถทักทายใครได้เลย แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าลุงรับรู้และสัมผัสได้ถึงความห่วงและแรงใจที่ทุกคนพยายามส่งถึง

ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ ลุงอยุ่ในอาการโคมา มีภาวะแกนสมองช้ำแพทย์ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยใดๆได้ แต่อาการของลุงกลับค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ผมเข้าไปเยี่ยมลุงในวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม ลุงลืมตาและพยายามลืมตาเพื่อจะพบกับทุกคนที่มาเยี่ยมท่าน ผมแน่ใจว่าการรับรู้ของลุงกลับมาแล้วแม้จะยังสื่อสารอะไรไม่ได้มากนัก หัวค่ำของวันอังคาร ป้าอ้อยแฟนของลุงโทรมาหาผมบอกว่าอยู่ดีๆความดันของลุงก็ตกมากและมีอาการหอบอย่างรุนแรง ทั้งๆทีวันนี้เป็นวันที่ลุงลืมตาได้นานและแสดงออกทางสหน้าเพื่อสื่อสารกับเราได้ดี เป็นวันที่ลุงเห็นลูกชายของตัวเองที่ไปเติบโตอยู่ที่สวีเดนแล้วมีสีหน้าที่บอกถึงความดีใจอย่างที่สุด แต่เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงอะไรๆก็เปลี่ยนไป ผมโทรไปสอบถามความเห็นจากพี่หมอบัลลังค์ที่กรุณาให้คำปรึกษาแก่ผมมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ลุงผมเข้าโรงพยาบาล พี่หมอพูดถึงสิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่เป็นไปได้นั่นคือการติดเชื้อในกระแสเลือด ระหว่างที่ผมนั่งภาวนาว่าของให้เป็นด้วยสาเหตุอื่น แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ที่เข้ามาจากป้าก็เป็นสิงที่ผมไม่อยากได้ยินเลย ลุงติดเชื้อในกระแสเลือดจริงๆ ผมเดินทางไปโรงพยาบาลในตอนประมาณ 5 ทุ่ม โดยมีปลาอาสาไปเป็นเพื่อนผมด้วยความเป็นห่วง ผมมาถึงที่เกษมราษฎร์ บางแค ประมาณเที่ยงคืน เห็น ตา พี่สะใภ้ของป้า และเจ้านายกับพรรคพวกของลุงนั่งอยู่หน้า ICU ผมเดินเข้าไปหาลุงมีน้าอาทิตย์น้องชายคนเล็กของลุงกุมมือลุงอยู่ ความดันของลุงเพิ่มขึ้นมาเนื่องจากได้รับยากระตุ้นความดัน แต่ก็เป็นยาที่แรงที่สุดเท่าที่จะให้ได้แล้ว ผมได้แต่ภาวนาให้ปาฏิหาริย์มีจริง ผมออกมาเพื่อพูดคุยกับตา เจ้านายและพรรคพวกของลุงขอตัวลากลับ อีกพักใหญ่พ่อแม่ พี่ชาย และหลานตัวน้อยของป้าก็มาถึงโรงพยาบาล สักครู่ป้าก็มาพร้อมกับลูกชายของลุงหลังจากที่กลับบ้านไปไหว้พระตามคำแนะนำของเจ้านายลุง ทุกคนมีสีหน้าตึงเครียดและเป็นกังวล ผมรู้สึกว่ามันเป็นภาวะที่ยากจริงๆ เราทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่ามีสิ่งใดที่รอเราอยู่แต่เราก็ไม่อยากจะหมดหวัง หากแต่ก็ต้องเตรียมใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ผมกลับมาที่บ้านตอนตีสาม

ช่วงสายผมโทรไปถามป้าว่าลุงเป็นอย่างไรบ้าง ความดันของลุงกลับมาแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าเชื้อที่ติดนั้นคือเชื้ออะไร บ่ายป้าโทรมาบอกว่าหมอกำลังป้ำหัวใจ ใจของผมหล่นวูบพยายามตั้งสติและรับฟังน้ำเสียงของป้า รับรู้ได้ถึงความเศร้าแต่แฝงด้วยความเข้มแข็ง ผมนึกถึงแม่และตากับยาย ผมโทรบอกแม่ ผมบอกให้แม่เตรียมใจ และจากนั้นสิ่งที่ผมไม่อยากยินก็มาจนได้

ตาเป็นคนตัดสินใจด้วยความเจ็บปวดอย่าที่สุดให้ปล่อยลูกชายสุดที่รักของท่านไปเพราะสงสารลูกอย่างสุดหัวใจที่ลูกต้องทรมาน ตามาอยู่เฝ้าลุงตั้งแต่วันแรกที่ลุงเข้าโรงพยาบาล มาตั้งแต่ตีสี่ กลับไปพักที่บ้านน้าก็ดึกดื่น บางวันก็นอนทีหน้าห้อง ICU นั่เสียเลยก็มี

ตอนนี้ลุงจากไปแล้ว ผมดีใจขึ้นมาเมื่อได้ยินว่ายายไม่เป็นอะไรเพราะเตรียมใจไว้แล้วเมื่อทราบข่าวที่ไม่มีใครกล้าบอกจนต้องรอให้แม่ผมเดินทางไปบอก ทุกคนจัดเตรียมสถานทีเพื่อรอลุงผู้เป็นที่รักของทุกคนกลับมายังบ้านเกิด

วันที่แสนหนักหน่วงและยาวนานทางจิตใจของผมกำลังผ่านพ้นไปเช่นเดียวกับชีวิตของลุง “ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนแต่มีเวลาของมัน” ประโยคที่ประทับอยู่ในใจของผมตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินจากอาจารย์โสรีช์ กำลังก้องอยู่ในใจของผมเพื่อที่จะเยียวยาใจตนเอง ความรัก ความคิดถึง หลากหลายความรู้สึกมันประดังเข้ามา สีหน้าของลุงที่รวบรวมกำลังเพื่อลืมตามามองและยิ้มให้ผมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามันยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ

“หลับอย่างสงบนะครับคุณลุง…….”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.