ประวัติเอกสารสำหรับ มิถุนายน, 2010

ฤา โลกเรายังต้องวนอยู่ในสัจธรรมนี้ต่อไป

อารยธรรมใหญ่ที่เกิดขึ้น ทั้งในโลกตะวันตกและโลกตะวันออก เฟื่องฟูขึ้นมาได้ในอดีต เพราะว่าอารยธรรมเหล่านี้มีอาหารใจสำหรับมนุษย์ ใช้ได้กับทุกยุค และอารยธรรมเหล่านี้สร้างตัวขึ้นมาจากศรัทธาในอุดมคติ ซึ่งเป็นศรัทธาที่สร้างสรรค์ ในที่สุดอารยธรรมเหล่านี้เสื่อมสลายลงไป เพราะคนชนิดเดียวกับเด็กนักเรียนแก่แดดยุคใหม่ของเรานี่เอง คือมีท่าทางโก้เก๋ มีวิจารณญาณตื้นเขิน บูชาตัวเอง เป็นนักต่อรองที่เข้มข้นในท้องตลาดผลประโยชน์และอำนาจ มีความสามารถสูงในการเข้าไปจัดการกับสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน เป็นคนที่เชื่อว่าจะซื้อดวงวิญญาณของมนุษย์ได้ด้วยเงินตรา และโยนมันทิ้งลงในถึังขยะ เมื่อมันถูกดูดให้เหือดแห้งไปแล้ว และเป็นผู้ที่ในลำดับต่อมาได้รับการบีบคั้นผลักดัน ด้วยพลังตัณหาอันร้ายกาจ จุดไฟเผาบ้านคนที่อยู่ข้างเคียง และตัวเองก็ถูกโอบล้อมจากเปลวเพลิงที่ร้อนแรงนั้นด้วย อุดมคติที่ยิ่งใหญ่นี่เองที่สร้างสังคมที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา และตัณหามืดบอดบางอย่างทำลายสังคมนั้นลงไป สังคมนั้นๆ เจริญเติบโตขึ้นมาได้ ตราบเท่าที่มันยังผลิตอาหารใจให้กับชีวิต และมันจะเสื่อมสลายลงง เมื่อมันเผาไหม้ชีวิตด้วยความอยากไ่ม่รู้จักพอของอัตตา ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า สัจจะเท่านั้นจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากความฉิบหาย หาใช่วัตถุใดๆ เลย (โรงเรียนต้นไม้ : โลกทั้งผองพบรวงรักที่พักพิง น. 109-110; คัดลอกมาจากหนังสือ วาทะปรัชญาเมธี รพินทรนาถ ฐากูร ของ ไพโรจน์ อยู่มณเทียร น.22-23) สิ่งที่ รพิทรนาถ ฐากูร ได้กล่าวไว้เมื่อนานมาแล้ว เป้นประโยคอมตะที่ใช้ได้ทุกยุคสมัย ในเมื่อผู้คนยังวังวนอยู่กับการแก่งแย่งแข่งขันแย่งชิงทั้งอำนาจและผลประโยชน์ สังคมทุกวันนี้จึงดูว่าเกิดความปั่นป่วน เกิดไฟลุกขึ้นทั้งไฟภายนอกและไฟภายในจิตใจ ทั้งที่มีผู้รู้มากมายที่ช่วยบอกหนทางที่จะช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากหายนะ แต่ก็เหมือนว่ามนุษย์เรากลับเรียกร้องที่อยู่ก่อหายนะมากขึ้นทุกที [...]

Continue reading »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.