25
พ.ย.
เขียนโดย maninthemind ใน โลกการ์ตูน ให้ความเห็น
นี่เป็นการ์ตูนเรื่องโปรดของผมเรื่องหนึ่งในขณะนี้
สำหรับแฟนๆสามก๊กนี่เป็นการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งที่หยิบยกเรื่องราวและตัวละครในนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งของโลกมานำเสนอใหม่ในรูปแบบการ์ตูน แต่สำหรับผู้ที่หวังจะอ่านการ์ตูนเรื่องนี้แล้วจะรู้เรื่องราวสามก๊กเสมือนดั่งอ่านจากหนังสือสามก๊กทั่วๆไปก็ต้องขอบอกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณต้องการแน่ การ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชายหญิงชายญี่ปุ่นคู่หนึ่งที่โดนมังกรพาย้อนเวลาทาสู่ยุคสามก๊ก แล้วพวกเขาทั้งสองก็เข้าไปมีบทบาทในการศึกยุคนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับผมซึ่งเป็นแฟนสามก๊ก และอ่านสามก๊กในหลายๆ version มา ผมรู้สึกชอบกับสามก๊กในแบบมังกรอหังการฯ นี่เป็นอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่เราได้สัมผัสในมังกรอหังการฯ ถือว่าเป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว แต่ก็ยังคงกลิ่นอายและเสน่ห์ของสามก๊กไว้ได้อย่างดี ที่ผมชอบเป็นพิเศษเลยคือบุคลิกและพัฒนาการของตัวละคร ในเรื่องอารมณ์ ความคิด และอุดมการณ์ทางการเมือง เนื้อเรื่องก็ทำออกมาได้สนุก เป็นสามก๊กออกแนวกำลังภายในมีพลังพิเศษ มาต่อสู้กัน แต่ก็มีการใช้กลยุธ การใช้พละกำลังและมันสมองของมนุษธรรมดา บทบาทของสงครามที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปจากที่พวกเราเคยรู้จัก
เรื่องราวทั้วหลายผมไม่อยากจะเปิดเผยมาก อยากให้ลองไปอ่านดูครับ อ่านได้ทั้งแฟนสามก๊กและไม่ใช่ ตอนนี้ออกถึงเล่ม 38 + 3 (ภาค1 38 เล่ม ภาค2 ออกมาถึงเล่ม 3 แม้จะแบ่งภาคแต่เรื่องราวก็ต่อเนื่องกัน) ในเครือ วิบูลย์กิจคอมมิค
ขอทำตัวเป็นนักวิจารณ์สักนิดนึงนะครับ สำหรับเรื่องนี้เอาไปเลยครับ 4 ดาว
27
ต.ค.
เขียนโดย maninthemind ใน อาณาจักรลูกหนัง, โลกกีฬา 2 ความเห็น
หลังจากความสุขเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผมเขียนไปนั้น ผมกลับต้องพบกับความเศร้าอีกหลายสัปดาห์เหลือเกินเพราะผลงานของทีมรักของผมกลับดิ่งลงเหวเอาซะดื้อ ความพ่ายแพ้ 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปี เป็นอะไรที่ทำร้ายจิตใจเหล่าเดอะค็อปเสียจริง ทำให้ผมหมดอาลัยตายอยาก ไม่อยากจะมาเขียนอะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งๆ เพื่อนคนหนึ่งเข้ามาให้ความเห็นว่าให้เขียนเพิ่มได้แล้ว ผมก็เลยกลับมานั่งคิดว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไรดีนะ ก็พบว่าเรื่องนี้แหละที่น่าเขียนที่สุด ต้องขอบคุณเพื่อนผมคนนี้ด้วยนะครับที่ช่วยจุดประกาย ก็หวังว่าเพื่อนจะอ่านบทความนี้ด้วยความสุข และแสบๆคันๆไปจนจบได้นะครับ (รู้นะว่าเธอเจ็บ ยืม บ.บู๋ มาใช้หน่อย อิอิ)
ศึกแดงเดือด หรือการแข่งขันของสองทีมที่เป็นอริกันมาช้านานอย่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยูฯ นั้นเข้มข้นและเร้าใจอยู่แล้ว และครั้งนี้มันก็ยิ่งเร้าอารมณ์ของแฟนบอลโดยเฉพาะทางฝั่งหงษ์แดงนั้น มันทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่นไปในคราวเดียวกัน เพราะฟอร์มการเล่นที่ดูไม่ได้ และความพิการของนักเตะที่นัดกันเจ็บอย่างไม่น่าให้อภัย ทำให้ความมั่นใจของทีมจากลุ่มน้ำเมอร์ซีไซด์ยิ่งตกต่ำสุดๆ สถานะการณ์ของทีมไม่ต่างจากทีมหนีตกชั้นในช่วงท้ายฤดูกาลคือพลาดไม่ได้ ที่กลายเป็นความกดดันทั้งต่อแฟนๆและตัวนักเตะเองด้วยและรวมไปถึงนายใหญ่ของทีม (ทั้งเจ้าของและผู้จัดการทีม)
อย่างไรก็ตามความกดดันเหล่านั้นถูกปลดปล่อยมาเป็นความมุ่งมั่นในเกมที่มีความหมายที่สุด โดยรูปเกมแล้วเป็นเกมที่ผมรู้สึกว่าทั้งทีมยังเล่นได้ไม่ดี คือเป็นบอลที่ไม่มีทรง ไม่มีรูปแบบในการเข้าทำ ใช้แต่ความสามารถเฉพาะตัว ของนักเตะแนวรุก 3 คน อย่าง เคาท์ เบนนายูน และ ตอรร์เรสที่ฝืนเจ็บลง แม้ว่าเกมในครึ่งแรกทางลิเวอร์พูลจะมีโอกาสลุ้นประตูมากครั้งกว่า แต่การขึ้นบอลของแมนฯยูฯ และครั้งก็ทำเอาหัวใจผมวูบหวิวไปเหมือนกันเพราะดูเป็นการทำเกมที่มีรูปแบบ มีการแผนการ มีทีมเวริค โชคดีเหลือเกินที่ไม่เสียประตูไปก่อน
พอเข้าครึ่งหลัง ผมรู้สึกว่าเกมของแมนฯยูฯแปลกไป คือเหมือนไม่มีพลังหรือหมดแรงก็ไม่รู้ ดูขาดความเป็นแมนฯยูฯนั่นคือไม่ค่อยบดบี้เท่าที่ควร แม้กระทั่งตอนโดนนำไปแล้วก็ตาม ผมกลับรู้เฉยๆกับเกมบุกของแมนฯยูฯไปเลย ไม่รู้ผองเพื่อนชาวเด็กผีจะรู้สึกอย่างไรบ้าง สำหรับผมรู้สึกว่าแนวรุกแมนฯยูฯเหมือนขาดอะไรไป ทั้งๆ ที่ลิเวอร์พูลก็เล่นได้ไม่ดีเท่าไหร่ จะมีก็แนวรับที่พลาดน้อยกว่าที่เคย ผมลองวิเคราะห์แล้วพบว่าแมนฯยูฯขาดจอมทัพไปนั่นเอง
หลายคนพอได้ยินว่าแมนฯยูฯแพ้เพราะขาดจอมทัพ อาจนึกถึงเจ้าเจ็ทโด้ที่เพิ่งจากไป ไม่ใช่ครับจอมทัพและนักเตะที่ดีที่สุดของแมนฯยูฯนะเวลานี้ไม่ใช่เจ้าจิ้งเหลนโด้จอบสับแหลก ไม่ใช่เจ้าหมูรูนอ้วนพลิ้ว แต่เป็น เทพกุ้ง ดาเรน เฟลทเชอร์ หลักฐานก็คือ สองเกมที่แมนฯยูฯแพ้ในปีนี้ เกิดขึ้นในเกมที่ขาดกัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์ทั้งสองเกม แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ขาดหายไปของแมนฯยูฯ
ส่วนทางทีมรักของผมนั้นต้องบอกว่าเป็นเพราะความขยันและมุ่งมั่นของนักเตะทุกคนแท้ๆ ที่ทำให้คว้าชัยชนะมาได้ เพราะถ้าดูที่คุณภาพในการเล่นแล้ว นอกจากเกมรับที่เล่นกันได้ดีมากทุกคน ในเกมรุกกลับมีแค่ น้ายูนกับเทพตอร์เท่านั้นที่คอยป่วนแผงหลังทีมเยือนได้หน่อย และก็เป็นเพราะสองคนนี้ที่ทำให้ทีมขึ้นนำ แต่คนที่น่ากล่าวถึงมากในเกมนี้ผมขอกล่าวถึงกระทาชายนามว่า……..ลูคัส เลว่า
อดีตกัปตันทีมชาติบราซิลรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ผู้ที่มีทักษะอันเอกอุที่เหมือนได้รับการขัดเกลามาจากประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มากกว่าอเมริกาใต้ เสียงสรรเสริญในทักษะเหล่านั้นกลับค่อยๆลดลงไป โดยเฉพาะในเกมนี้ เขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งทั้งการตัดเกมกลางสนาม และการจ่ายให้เพื่อนหลุดเข้าไปยิงถึงสองครั้งและเป็นหนึ่งประตู ฤา นี่จะเป็นนิมิตรหมายอันดีว่าเจ้าหมอนี่อาจจะเดินรอยตามเทพกุ้งของแมนฯยูฯก็เป็นได้ เขาอาจกลายเป็นเทพลูคัสในอนาคตก็เป็นได้
ปล. เรื่องนี้ยังไม่จบ แต่ขอพักไปดูบอลก่อนนะครับ
27
ก.ย.
เขียนโดย maninthemind ใน อาณาจักรลูกหนัง ให้ความเห็น
ตามชื่อเรื่องเลยครับ ตอนนี้ผมมีความสุขครับ เป็นความสุขที่จะต้องลุ้นทุกๆสุดสัปดาห์ ซึ่งบางครั้งก็สุขบางครั้งก็ทุกข์ ผมว่าใครก็ตามที่ติดตามกีฬาและมอบหัวใจให้กับทีมหรือนักกีฬาสักทีมหรือคนแล้ว ในทุกๆสุดสัปดาห์ทุกคนน่าจะมีปรากฏการณ์บางอย่างในใจที่คล้ายๆกัน สำหรับผมสุดสัปดาห์นี้ผมรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นให้ทีมรักของผมได้รับชัยชนะ
จะด้วยกระแสฟุตบอลไทยฟีเวอร์หรือเพราะใจของผมนั้นรักฟุตบอลอย่างสุดซึ้ง ผมจึงมีทีมฟุตบอลไทยที่คอยเอาใจช่วยอยู่เสมอ ซึ่งตอนนี้จะเป็นทีมไหนไปไม่ได้นอกจากทีมบ้านเกิดของผมนั่นคือทีม “นกเงือกพิฆาต” เทศบาลปราจีนบุรี ซึ่งตอนนี้กำลังกรำศึกอยู่ในระดับดิวิชั่นหนึ่ง อันเป็นลีคที่รองจากลีคสูงสุดคือไทยแลนด์พรีเมียร์ลีคไปหนึ่งลำดับ ผลงานของทีมในตอนนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับยังอยู่ในกลุ่มผู้นำและยังมีลุ้นเล็กๆในการเลื่อนชั้นขึ้นไปสู่ลีคสูงสุดของประเทศ และความสุขของผมที่เกิดขึ้นก็มาจากทีมรักนี้เองที่สามารถเปิดบ้านเอาชนะทีมดังอย่างทหารบกไปได้หวุดหวิด 1 ประตูต่อ 0 ยอมรับจากใจจริงว่าผมยังไม่เคยไปดูการเล่นของทีมบ้านเกิดด้วยตาตัวเองเลยสักครั้ง เพราะอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็คอยเอาใจช่วยและติดตามผลงานทุกๆสัปดาห์ และครั้งนี้เขาก็ทำให้ผมและชาวปราจีนบุรีทุกคนมีความสุข
แต่นอกเหนือไปจากทีมบ้านเกิดผมแล้วความสุขที่ตามมาอีกก็คือ ทีมรักที่ผมติดตามเชียร์มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กน้อย ทีมที่ผมอุทิศน์หัวใจให้ไปอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมฟุตบอลชื่อดังจากเกาะอังกฤษ ทีมที่ผมติดตามเชียร์มานานแสนนานกว่า 10 ปี ได้รับชัยชนะไปได้อย่างสวยงามเหนือทีมเยือนฮัลล์ซิตี้ ถึง 6 ประตู ต่อ 1 ตอนนี้หลังจากที่เปิดฤดูกาลนี้มาอย่างย่ำแย่ ลิเวอร์พูลก็ค่อยๆ ที่จะเรียกฟอร์มเก่งกลับเข้ามาสู่ทีมแล้ว แม้ว่าจะยังมีจุดบกพร่องอยู่ก็ตาม แต่การตามหลังจ่าฝูงเพียงแค่สามคะแนนก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีหลังจากดูฟอร์มในช่วงแรก ด้วยความเป็น “เดอะค็อป” แล้วก็อยากจะเห็นผลงานของทีมที่ดีข้นไปเรื่อยๆ และหวังที่จะมีความรู้สึกเช่นเดียวกับสุดสัปดาห์นี้ทุกสัปดาห์ไปจริงๆ สาธุ!
ปล. ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าทีมรักของผมทั้งสองทีมนี่เป็นสัตว์ปีกทั้งคู่เลยนะครับเนี่ย ทั้งนกเงือก ทั้งนกลิเวอร์เบริด (ในไทยเรียกเป็นหงส์ให้ดูเท่ห์)
26
ก.ย.
เขียนโดย maninthemind ใน บันทึกบนเส้นทางจิตวิทยา 3 ความเห็น
วันนี้ผมได้มีโอกาสที่ดีมากในชีวิต เป็นโอกาสที่พี่ซูนและพี่สาระ รุ่นพี่ที่จิตวิทยาการปรึกษาจุฬาฯ ได้มอบให้แก่ผม พี่ซูนและพี่สาระได้รับมอบโอกาสจากอาจารย์โสรีช์ให้ไปถวายความรู้/สอน แก่นิสิตปริญญาโท หลักสูตรชีวิตและความตาย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย จากข้อมูลที่ผมได้รับมาจากพี่ซูนและพี่สาระพบว่าหลักสูตรนี้เปิดมาเป็นรุ่นที่สามแล้ว โดยมีทั้งพระสงฆ์และฆารวาส เข้ามาเรียนในระดับปริญญาโท โดยหลักสูตรนี้เปิดสอนที่ศูนย์ของมหาจุฬาฯ ที่วัดสีสุดาราม (ถ้าเขียนชื่อผิดจะมาแก้ในภายหลังนะครับ) แถวๆบางขุนนนท์ หลักสตรนี้มุ่งหมายที่จะฝึกฝนบุคคลที่สามารถที่จะไปพูดคุยกับผู้ที่กำลังจะเผชิญกับความตายเช่นผู้ป่วยและญาติๆ เพื่อที่จะเยียวยาจิตใจให้เผชิญกับความตายได้อย่างสงบ ผู้ที่เข้ามาเรียนในหลักสูตรนี้มีตั้งแต่คนที่เพิ่งเรียนจบป.ตรีวัยยี่สิบกว่าๆ จนถึงผู้ที่มีอายุ 70-80 ปี แต่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่แต่ทุกคนมีความตั้งใจและสนใจในการศึกษาเกี่ยวกับชีวิต โดยที่แต่ละคนก็มีแรงบันดาลใจในการมาเรียนที่แตกต่างกันออกไป
ผมได้มีโอกาสไปเข้าเป็นส่วนหนึ่งในวิชานี้ดังที่กล่าวมาในข้างต้นว่าได้รับโอกาสจากพี่ทั้งสองท่านที่เป็นอาจารย์ประจำวิชานี้ ได้ชักชวนให้ผมได้เข้าไปทำกลุ่มให้แก่นิสิตในชั้นเรียนนี้ ซึ่งการไปทำกลุ่มในครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะให้นิสิตได้เรียนรู้ถึงสภาวะของใจที่งอกงาม นั่นคือจิตใจที่รู้เท่าทันภาวะที่ปรากฎขึ้นภายในจิตใจ จนกระทั่งในใจนั้นปราศจากเสียงใดๆ ปราศจากคำถาม ปราศจากความสงสัย ปราศจากความขุ่นข้องหมองใจ ปราศจากความโกรธ ปราศจากความเคียดแค้นชิงชัง ปราศจากความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ฯลฯ ใจที่ปราศจากเสียงต่างเหล่านี้ถือว่าเป็นใจที่มีคุณภาพในการกระทำกิจต่างๆ ก็จะเป็นการกระทำด้วยจิตที่สงบ เป็นการกระทำด้วยจิตที่งอกงาม งอกงามจากกรอบที่ครอบใจไว้ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ความรู้ ความดี ความถูกต้อง ความอยาก ความต้องการ ฯลฯ ใจเช่นนี้จะทำให้ได้ยินถึงเสียงที่ไม่ได้เปล่งออกมา ได้ยินเสียงของหัวใจคนพูด ได้ยินความไพเราะของเสียงในธรรมชาติ ทำให้ตาสามารถมองเห็นความงามที่ไม่มีจำกัดของธรรมชาติ ทำให้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของโลกนี้ ทำให้การอยู่กับคนเบื้องหน้าได้อย่างกลมกลืนและเป็นสุข ใจที่งอกงามสำหรับผมแล้วนึกถึงใจที่มีพรหมวิหาร 4 ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงมิใช่เสแสร้งแกล้งทำเพื่อให้เสมือนว่าจะมีพรหมวิหาร 4 หรือแม้แต่พยายามจะทำ ตามความเข้าใจของผมนั้นพรหมวิหาร 4 ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อเราพยายามจะมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อเรารู้ว่านี่คือพรหมวิหาร 4 แต่เกิดขึ้นเมื่อใจเงียบ นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจและนำไปเป็นแนวทางในกลุ่มเพื่อที่จะให้สมาชิกในกลุ่มของผมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสัมผัสปรากฏการของใจด้วยตนเองโดยตรง หากแต่ควาพิเศษในการทำกลุ่มครั้งนี้มิได้อยู่ที่เนื้อหา ประเด็นหรือวัตถุประสงค์ของกลุ่มเลย หากแต่อยู่ที่สมาชิกกลุ่มนี่เอง
อย่างที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นแล้วว่านิสิตที่ศึกษาในหลักสูตรและวิชานี้มีทั้งพระสงฆ์และฆารวาส สิ่งที่พิเศษสำหรับตัวผมเองก็คือ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ทำกลุ่มกับพระสงฆ์ สิ่งที่ปรากฏในใจผมหบัวจากที่พี่ซูนเอ่ยปากชวนผมก็คือความตื่นเต้นยินดี ความรู้สึกนี้ไม่ได้รุนแรงเข้มข้น แต่ผมสำผัสได้ถึงสภาวะของใจผมได้เช่นนี้ มันไม่ได้เกิดจากความเชื่อมั่นในตนเอง หรือความมั่นใจในความสามารถของตนเองเลย ผมสังเกตว่าใจของผมไม่ได้มีความถามเลยว่าเราจะทำได้ไหม ไม่มีความมั่นใจเหลือคนาว่าฉันทำได้แน่ มันมีแค่ว่าฉันดีใจที่จะได้ไปทำ มันเป็นสิ่งเดียวที่ปรากฏในใจของผม การก้าวเขาไปในสนามครั้งนี้จึงเข้าไปด้วยใจที่พร้อมเต็มที่ ใจที่ไม่หวาดกลัว และไม่ประมาท ใจที่พร้อมยินดีกับทุกสิ่งที่จะเข้ามา การอยู่ในกลุ่มครั้งนี้ผมมองเห็นใจตนเองชัดเจนมาก สัมผัสและรับรู้ใจของตนเองในทุกขณะทั้งขณะที่รับฟังและขณะที่จะพูด การทำงานวันนี้จนจบผมก็ยงไม่แน่ใจนักว่าผมจะประเมินสมาชิกในกลุ่มผมได้ตรงตามความเป็นจริงแค่ไหน (พี่ซูนและพี่สาระมอบหมายว่าต้องให้คะแนนสมาชิกด้วย) แต่ที่ผมตอบได้ชัดที่สุดคือวันนี้ผมน่าจะได้เต็ม 10 นะ
ความเห็นล่าสุด